วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562

10.บัญญัติ 10 ประการ(การใช้ internet)


10.บัญญัติ 10 ประการ(การใช้ internet)
ตอบ 1.ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือ ละเมิดผู้อื่น
       2.ต้องไม่รวบรวมการทำงานของผู้อื่น
       3.ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือ เปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
       4.ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
       5.ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
       6.ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธ์
       7.ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่ลิขสิทธิ์
       8.ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
       9.ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
       10.ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท



9. Software


9. Software
ตอบ software เป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมซึ่งใช้ประกอบกับคอมพิวเตอร์ โดยคำสั่งพวกนี้ร้อยเรียงกันขึ้นมาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการทำงานในขั้นพื้นฐานก็เป็นแค่การใช้ข้อมูลตัวเลขฐานสอง แทนข้อมูลตัวเลข , ตัวอักษร , รูปภาพ หรือ เป็นเสียงพูดก็ยังได้ เพราะฉะนั้นโปรแกรมที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ ก็คือ software อันเป็นลำดับขั้นตอนของการทำงานคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องสามารถทำงานแตกต่างกัน จากการใช้ software อันแตกต่าง สรุปแล้ว software จึงหมายถึงโปรแกรมทุกชนิดซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

การที่คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถทำงานให้เราได้อย่างมากมาย เนื่องจากมีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้ตามต้องการ โดยสำหรับห้างสรรพสินค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วยมนการทำบัญชีอันแสนยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วสำหรับการเดินรถก็ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการจองตั๋วสำหรับลูกค้า แถมยังช่วยในเรื่องกิจการงานของธนาคารซึ่งมีข้อมูลรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ยังช่วยงานพิมพ์เอกสารออกมาได้อย่างสวยงาม เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็เห็นแล้วใช่ไหมว่า การที่คอมพิวเตอร์สร้างประโยชน์ได้อย่างมากมายมหาศาลนั้น อยู่ที่ software เพราะฉะนั้น software จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าหากขาด software ไปคอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ software จึงเป็นสิ่งจำเป็นรวมทั้งมีความสำคัญมาก อีกทั้งยังเป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งซึ่งทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่เราต้องการ
ชนิดของ software
software นั้นมีมากมายหลายประเภท โดย software เหล่านี้สามารถได้รับการพัฒนามาจากผู้ใช้งาน , ผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจำหน่าย
software แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบ และซอฟต์แวร์ประยุกต์
software ระบบ เป็น software ซึ่งทางบริษัทหรืองค์กรใหญ่ๆ เป็นผู้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบของคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของ softwareระบบ คือช่วยดำเนินการตามขั้นพื้นฐานต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้วนำมาแปลให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ , นำข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพ หรือ จัดการข้อมูลในระบบที่เป็นแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง เป็นต้น
พอเรากดเปิด และทันทีที่มีการส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ก็จะทำงานตามโปรแกรมโดยทันที และโปรแกรมขั้นพื้นฐานที่คอยสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานนี้เองจึงเป็น software ระบบ โดยถ้าหากว่าไม่มี software ระบบ คอมพิวเตอร์ก็จะทำงานไม่ได้เลย
นอกจากนี้ software ระบบยังใช้ในการพัฒนา software อื่นๆ อีกทั้งยังรวมไปถึง software ที่ใช้ในการแปลภาษาต่างๆอีกด้วย
software ประยุกต์ เป็น software สำหรับงานด้านต่างๆ สร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างโดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนา software ประยุกต์ ออกจำหน่ายมาก ทำให้การประยุกต์การใช้งานของคอมพิวเตอร์จึงมีความกว้างขวางและแพร่หลายมากขึ้น เราจะแบ่ง software ประยุกต์ออกเป็น 2 กลุ่มคือ software สำเร็จ และ software พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ สรุปแล้ว software สำเร็จในปัจจุบันมีมากมาย เช่น software ประมวลคำ software ตารางทำงาน เป็นต้น

8. Hardware


8. Hardware
ตอบ ฮาร์ดแวร์ หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม) เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงาน ได้ 4 หน่วย คือ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน
            1. ฮาร์ดแวร์สำคัญที่พบใน Case ได้แก่
                    1.1 Power supply
                    1.2 Mainboard
                    1.3 CPU
                    1.4 RAM
                    1.5 VGA (Graphic Card)
                    1.6 Hard Disk
                    1.7 DVD-ROM Drive
                    1.8 Sound Card
                    1.6 Network Card
            2. ฮาร์ดแวร์สำคัญที่อยู่นอก Case ที่สำคัญได้แก่
                    2.1 Keyboard
                    2.2 Monitor
                    2.3 Mouse
                    2.4 Modem

7.ระดับของสารสนเทศ


7.ระดับของสารสนเทศ
ตอบ  1.  ระดับบุคคล  เป็นระบบสารสนเทศที่เสริมประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มผลงานให้บุคลากรแต่ละคนในองค์กร ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
                1.1  จัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงในการจัดการสารสนเทศของหน่วยงานหรือองค์กรให้แก่บุคลากรได้ใช้งาน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่สามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก เรียกค้นข้อมูลมาใช้สะดวก รวดเร็ว เช่น ฮาร์ดิสก์ที่มีความจุข้อมูลมาก ซีพียูมีประสิทธิภาพสูง  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นต้น
                1.2  จัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมตารางทำงาน โปรแกรมช่วยทำหนังสือเวียน โปรแกรมช่วยจัดการฐานข้อมูล หรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมเดิมให้มีประสิทธิภาพในการจัดการสารสนเทศมากขึ้น
                1.3  จัดระบบความปลอดภัยในการใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยใช้รหัสผ่าน (Password) แก่บุคคลแต่ละคน เพื่อเข้าสู่การจัดการสารสนเทศ ซึ่งอาจเป็นความลับของหน่วยงานหรือองค์กร และควรติดตั้งโปรแกรมกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจติดมาจากการดาวน์โหลดข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือมาจากการปิดแผ่นบันทึก แผ่นซีดี แผ่นดีวีดีและหน่วยความจำแบบแฟลชไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง พร้อมกับปรับปรุงโปรแกรมกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
                1.4  ฝึกอบรมบุคลากรในหน่วยงานหรือองค์กรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้อุปกรณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ ได้อย่างถูกต้อง และฝึกอบรมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารสนเทศให้เป็นระเบียบ สะดวกต่อการค้นหาและนำมาใช้งาน
            2.  ระดับกลุ่ม  เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของกลุ่มบุคคลให้ทำงานร่วมกันได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทรัพยากรข้อมูล และอุปกรณ์เทคโนโลยีพื้นฐานร่วมกัน ด้วยวิธีการต่างๆ  ดังนี้
                2.1  การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายท้องถิ่นหรือเครือข่ายแลน (Local Area Network : LAN) เพื่อให้มีการเชื่อมโยงและใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ฮาร์ดดิสก์ และเครื่องพิมพ์ร่วมกัน ข้อมูลที่ใช้ร่วมกันในหน่วยงานจะบรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ควบคุมการจัดเก็บแฟ้มข้อมูลกลางที่เรียกว่า เครื่องบริการแฟ้ม  ถ้ามีคนใดคนหนึ่งแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลกลางนี้ ผู้ใช้ผู้อื่นที่อยู่บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ก็จะได้รับข้อมูลที่ผ่านการแก้ไขแล้วทันที
                2.2  การเสนอขายสินค้าผ่านทางสื่อโทรศัพท์และเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยบุคลากรในกลุ่มอาจมีอยู่หลายคน และใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูลกลางของลูกค้าร่วมกัน กล่าวคือ มีข้อมูลลูกค้าที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ถ้าพนักงานในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่มาทำงาน พนักงานคนอื่น ๆ ก็สามารถติดต่อประสานงานและบริการลูกค้าหรือเสนอขายสินค้าแทนกันได้ ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งมีส่วนขยายในการยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์ทางด้านการขายอย่างหนึ่ง
                2.3  การสื่อสารด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลล์ (E-mail) การประชุมผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ หรือประชุมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กล้องวีดิทัศน์ จอภาพ และเครื่องฉายที่เรียกว่า วิดีโอคอนเฟอเรนท์ ซึ่งสามารถประชุมปรึกษากันได้ แม้อยู่ต่างสถานที่กัน จึงช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อประสานงาน
            3.  ระดับองค์กร  เป็นระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรในภาพรวม ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน หลายแผนก หลายฝ่าย ด้วยการส่งผ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องถึงกัน จากหน่วยงานหนึ่งข้ามไปยังอีกหน่วยงานหนึ่ง ด้วยคอมพิวเตอร์ของแต่ละหน่วยงาน


6.การจัดการสารสนเทศ


6.การจัดการสารสนเทศ
ตอบ การจัดการสารสนเทศ (Information management) คือ การวางแผน จัดหา รวบรวม จัดเก็บ รักษา และส่งต่อแพร่กระจายสารสนเทศไปยังผู้ใช้ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานและการดำเนินงานขององค์กร สร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้


5.วิธีการประมวลผลข้อมูล


5.วิธีการประมวลผลข้อมูล
ตอบ 1. การประมวลผลแบบเชื่อมตรง
            การประมวลผลแบบเชื่อมตรง (online processiog) เป็นวิธีการนำข้อมูลแต่ละรายการที่ถูกบันทึกเข้ามาประมวลผลทันที นิยมใช้ในงานที่ต้องได้ผลลัพธ์ให้กับผู้ใช้ทันที หรือในงานที่ข้อมูลจะต้องทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เช่น เมื่อนักเรียนเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็ม รายการการเบิกเงินของนักเรียนแต่ละครั้งจะไปประมวลผลที่เครื่องหลักที่อาจอยู่ห่างไกลทันที โดยข้อมูลจุถูกนำไปคำนวณและบันทึกผอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากของนักเรียนทันที เป็นต้น

            2. การประมวลผลแบบกลุ่ม
            การประมวลผลแบบกลุ่ม (batch processing) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละช่วงเวลาหนึ่ง และนำข้อมูลที่ได้รับในช่วงเวลาดังกล่าวมาประมวลผลพร้อมกัน เช่น การเก็บข้อมูลเวลาเข้าออกของนักเรียน และเมื่อถึงสิ้นเดือนโรงเรียนจะนำข้อมูลมาประมวลผลเป็นรายงานการเข้าชั้นเรียนของนักเรียนประจำเดือน เป็นต้น


4.ประเภทและคุณสมบัติที่ดีของข้อมูล


4.ประเภทและคุณสมบัติที่ดีของข้อมูล
ตอบ
1)  ความถูกต้อง    เพราะข้อมูลที่ได้ต้องนำไปใช้ในการตัดสินใจ หากข้อมูลไม่มีความถูกต้องแล้วก็จะก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา
2)  ความรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน  การได้มาของข้อมูลจำเป็นต้องให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ ทันสมัย
และทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน
3)  ความสมบูรณ์  ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์ คือ ข้อมูลที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งจะขึ้น
กับวิธีการรวบรวมข้อมูลและวิธีการประมวลผล ดังนั้นในการดำเนินการรวบรวมข้อมูลต้องสำรวจและสอบถามความต้องการในการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์
4)  ความกระชับและชัดเจน   การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากจะต้องใช้พื้นที่มาก จึงจำเป็นต้องออกแบบ
โครงสร้างข้อมูลให้กระชับและสื่อความหมายได้ อาจมีการใช้รหัสแทนข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ
5)  ความสอดคล้อง  ความต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อหาความต้องการของหน่วยงานและองค์กร ดูสภาพการใช้ข้อมูล และขอบเขตของข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ